ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการพุ่งขึ้นอย่างแรงในเดือนเมษายน กับความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้าน AI และการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่ง

คำอธิบาย

ตลาดโลกวันนี้กำลังอยู่ในช่วงชักเย่อกันระหว่างฝั่งที่ได้กำไรแรงๆ ผลประกอบการปังๆ และข้อมูลเศรษฐกิจที่ดี กับอีกฝั่งที่เริ่มกังวลว่าบริษัทต่างๆ ทุ่มเงินลงทุนกับ AI และการเติบโตในอนาคตมากเกินไปหรือเปล่า 1) แรงส่งจากการพุ่งขึ้นในเดือนเมษายนและจุดสูงสุดใหม่ของสหรัฐฯ (มุมมองบวก) ความเชื่อมั่นทั่วโลกยังคงยึดอยู่กับแรงบวกมหาศาลในเดือนเมษายน โดย S&P 500 พุ่งขึ้นประมาณ 10% เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ดีที่สุดตั้งแต่ปลายปี 2020 และ Nasdaq ก็ทำ New High เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน การพุ่งขึ้นนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังใน AI, กำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง และความโล่งใจที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังโตต่อ ไม่ได้ถดถอย หลังจากพุ่งมาแรงขนาดนี้ นักลงทุนวันนี้เลยกำลังชั่งใจว่าตลาดจะไปต่อได้อีกไหม หรือถึงเวลาต้องพักฐาน แต่จุดเริ่มต้นนั้นเป็นบวกชัดเจน เพราะความอยากเสี่ยงมีสูง และนักลงทุนหลายคนยังไม่อยากถอนตัวจากหุ้นตราบใดที่โมเมนตัมและข้อมูลเศรษฐกิจยังสนับสนุนอยู่ 2) กำไรของ Big-tech/AI: ผลลัพธ์ดีแต่กังวลเรื่องงบลงทุน (ผสมผสาน แต่ค่อนไปทางลบ) กำไรจากบริษัทเทคโนโลยีและบริการสื่อสารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดโลก ทั้ง Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft ต่างรายงานยอดขายและกำไรที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะ Alphabet ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการ AI และ Cloud ที่แข็งแกร่ง ช่วยดันราคาหุ้นและตอกย้ำว่า AI คือโอกาสสร้างรายได้ที่เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม ตลาดตอบสนองไม่เหมือนกัน Meta และ Microsoft ราคาหุ้นร่วงแรงแม้กำไรจะดีกว่าคาด เพราะส่งสัญญาณว่าจะทุ่มงบลงทุน (Capex) ในโครงสร้างพื้นฐาน AI สูงขึ้นมาก แถม Meta ยังออกหุ้นกู้ใหม่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งย้ำให้เห็นว่าการลงทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาล สำหรับนักลงทุนทั่วโลก สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การลงทุนใน AI และ Data Center จำนวนมากขนาดนี้ จะสร้างกำไรได้มากพอที่จะคุ้มกับมูลค่าหุ้นที่สูงลิ่วในปัจจุบันหรือไม่ ความไม่แน่นอนนี้ทำให้เกิดความระมัดระวังในตลาดหุ้นกลุ่ม Growth และ Tech ทั่วโลก แม้ว่าในระยะยาวเรื่องราวของ AI จะยังดูน่าดึงดูดก็ตาม 3) การเติบโตที่ยืดหยุ่นและการปรับคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้นช่วยหนุนตลาด (มุมมองบวก) ข้อมูล Macro และการปรับประมาณการกำไรเป็นเบาะรองรับที่ดีให้กับตลาดหุ้น ตัวเลข GDP ล่าสุดของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโตประมาณ 2% ต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งมากกว่าการชะลอตัวอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ก็ได้ปรับคาดการณ์กำไรบริษัทเพิ่มขึ้นในเกือบทุกเซกเตอร์หลัก โดยกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่วนกลุ่มวัสดุและเทคโนโลยีก็มีการปรับคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก โดยรวมแล้ว เซกเตอร์ส่วนใหญ่ใน S&P 500 ถูกคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของกำไรแบบปีต่อปีในปี 2026 การผสมผสานระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นนี้ ช่วยสนับสนุนว่าการพุ่งขึ้นของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหุ้นยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ทำให้คนทั่วโลกกล้าถือหุ้นต่อ แม้จะเริ่มเลือกหุ้นมากขึ้นหลังจากเดือนเมษายนที่พุ่งแรง และการที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ทำให้ไม่มีแรงกดดันใหม่ๆ ในระยะสั้น ส่งผลให้กำไรและความคาดหวังในการเติบโตยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของความรู้สึกตลาดในวันนี้ โดยรวมแล้ว อารมณ์ตลาดโลกวันนี้คือ 'บวกแบบระมัดระวัง' กำไรที่เพิ่มขึ้นและขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมาช่วยหนุนไว้ แต่ความกังวลเรื่องต้นทุนและความคุ้มค่าของการทุ่มเงินกับ AI กำลังลดทอนความตื่นเต้นลง โดยเฉพาะในหุ้นเทคตัวใหญ่ๆ ที่เป็นผู้นำตลาด

ปัจจัยสำคัญ

0 Comments

แชร์ความคิดของคุณ