FIFO ย่อมาจาก First-In First-Out ครับ เวลาที่คุณขายหุ้น FIFO จะจับคู่การขายของคุณกับล็อตการซื้อที่เก่าที่สุดที่มีอยู่ก่อนเป็นอันดับแรก
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ FIFO ที่แม่นยำ อย่าลืมกรอกข้อมูลการซื้อและขายแต่ละรายการด้วยวันที่ จำนวนหุ้น และราคาที่ถูกต้องนะครับ Stock Events จะใช้ประวัติการทำรายการเหล่านี้เพื่อดูว่าหุ้นตัวไหนถูกขายไปแล้ว และเหลือล็อตการซื้อไหนอยู่บ้าง
ลองนึกภาพตัวอย่างการทำรายการแบบไม่มีค่าธรรมเนียมดูนะครับ:
ด้วยวิธี FIFO หุ้น 10 หุ้นที่ซื้อมาตอนราคา $100 จะถูกนับว่าเป็นหุ้นที่ขายออกไป ทำให้คุณได้กำไรที่เกิดขึ้นจริง (realized profit) เท่ากับ $2,000 ซึ่งมาจาก ($300 - $100) × 10 หุ้นนั่นเอง
ส่วนหุ้นที่เหลืออยู่จะเป็น 10 หุ้นที่ซื้อมาตอนราคา $200 ดังนั้นราคาต้นทุนเฉลี่ยของคุณก็จะอยู่ที่ $200 ต่อหุ้นครับ
การเลือกใช้ FIFO อาจทำให้กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (realized profit/loss), ต้นทุน (cost basis), ราคาซื้อเฉลี่ยของหุ้นที่เหลืออยู่ รวมถึงกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized profit/loss) เปลี่ยนแปลงไป แต่มันจะไม่ไปเปลี่ยนข้อมูลรายการที่คุณกรอกไว้ตอนแรกนะครับ
หน้าจอ Holdings จะคำนวณใหม่ทันทีหลังจากที่คุณเลือก FIFO และคุณสามารถกลับมาที่เมนูเดิมเพื่อเปลี่ยนวิธีคำนวณ P/L แบบอื่นเมื่อไหร่ก็ได้ครับ